
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสี อันรุ่งเรืองด้วยมหาทรัพย์และผู้คน ผู้คนต่างมีจิตใจโอบอ้อมอารี พระโพธิสัตว์ทรงเสวยพระชาติเป็นสุมังคลกุมาร โอรสของพระเจ้าพรหมทัตต์ กุมารน้อยทรงมีพระวรกายสมส่วน ผุดผ่องดุจทองคำ ดวงพระเนตรกลมโตเป็นประกาย พระพักตร์ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอ ทำให้ผู้ที่ได้พบเห็นล้วนเกิดความเอ็นดูรักใคร่
แม้จะทรงอยู่ในวัยเยาว์ แต่สุมังคลกุมารก็ทรงมีปัญญาเฉลียวฉลาดเกินวัย ทรงใคร่ครวญถึงความเป็นไปของโลก และทรงเห็นถึงความทุกข์ของสรรพสัตว์ทั้งหลายที่ต้องเวียนว่ายตายเกิดในสังสารวัฏ พระองค์ทรงปรารถนาจะบำเพ็ญเพียรเพื่อหลุดพ้นจากกองทุกข์นี้
วันหนึ่ง ขณะที่พระองค์ทรงสำราญพระอิริยาบถอยู่ในพระราชอุทยาน ทรงทอดพระเนตรเห็นต้นกุ่มน้ำอันสูงใหญ่ ผลิดอกออกผลเต็มต้น ทรงใคร่ครวญว่า "ต้นกุ่มนี้ แม้จะออกดอกออกผลมากมายเพียงใด เมื่อถึงกาลอันควรก็ต้องร่วงหล่นไปตามธรรมชาติ ดุจชีวิตของสรรพสัตว์ทั้งหลาย ที่เกิดมาแล้วก็ต้องดับไป ไม่เที่ยงแท้แน่นอน" พระดำริเช่นนี้ยิ่งทำให้พระหฤทัยของพระองค์ตั้งมั่นในทางพระนิพพาน
เมื่อสุมังคลกุมารทรงเจริญวัยขึ้น พระองค์ก็ยิ่งทรงมีพระปรีชาสามารถมากขึ้น ทรงศึกษาศิลปวิทยาการต่างๆ จนแตกฉาน ทรงปกครองบ้านเมืองด้วยทศพิธราชธรรม ทำให้ราษฎรอยู่เย็นเป็นสุข แต่ในขณะเดียวกัน พระองค์ก็ทรงหมั่นบำเพ็ญสมณธรรมอยู่เสมอ
วันหนึ่ง พระสุมังคลกุมารทรงประชวรด้วยโรคไข้หนัก ร้อนรุ่มไปทั่วพระวรกาย พระนางจันทรเทวี พระมารดา ทรงเป็นห่วงพระโอรสเป็นอย่างยิ่ง ทรงคอยพยาบาลไม่ห่าง
“โอ้ ลูกรักของแม่ เหตุใดเจ้าจึงประชวรเช่นนี้” พระนางตรัสถามด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ
สุมังคลกุมารทรงลืมพระเนตรขึ้นมองพระมารดาด้วยความอ่อนแรง “ข้าแต่พระมารดา หม่อมฉันมิได้เป็นอันใดมากนัก เพียงแต่ทรงพระประชวรด้วยไข้เล็กน้อย”
“เล็กน้อยกระไรได้ เจ้าดูซี หน้าตาซีดเซียว พระวรกายร้อนรุ่ม ปานจะถูกไฟเผา” พระนางตรัสพลางใช้พระหัตถ์อังหน้าผากของพระโอรส
“ข้าแต่พระมารดา เมื่อหม่อมฉันเห็นต้นกุ่มน้ำในพระราชอุทยานนั้น หม่อมฉันก็ได้สัจจญาณแล้วว่า ชีวิตนั้นไม่เที่ยงแท้ แม้แต่ดอกไม้ที่สวยงามเพียงใด ก็ย่อมร่วงโรยไปตามกาลเวลา ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อถึงคราวที่เราต้องจากโลกนี้ไป ก็ไม่สามารถยึดติดสิ่งใดไว้ได้” สุมังคลกุมารตรัสด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา แต่เต็มไปด้วยความสงบ
พระนางจันทรเทวีทรงฟังพระโอรสตรัสแล้ว ก็ทรงตระหนักถึงพระปรีชาอันสูงส่งของพระโอรส ทรงเห็นว่าพระโอรสนั้นมิใช่กุมารธรรมดา แต่เป็นผู้มีบุญญาธิการ
“ถ้าเช่นนั้น เจ้าก็จงตั้งมั่นในธรรมเถิดลูกรัก แม่จะคอยดูแลเจ้าเอง” พระนางตรัสปลอบ
เมื่อพระสุมังคลกุมารทรงหายประชวรแล้ว พระองค์ก็ทรงตั้งมั่นในพระปณิธานยิ่งกว่าเดิม ทรงสละราชสมบัติ ออกผนวช บำเพ็ญเพียรภาวนาอยู่ในป่า ทรงตัดกิเลสอาสวะทั้งปวง บรรลุพระอรหัตผล
ข่าวการออกผนวชของพระสุมังคลกุมารแพร่สะพัดไปทั่วแผ่นดิน สร้างความเลื่อมใสศรัทธาให้กับเหล่าพสกนิกรเป็นอย่างมาก
วันหนึ่ง ขณะที่พระพุทธองค์ทรงประทับอยู่ ณ วัดเชตวัน ทรงปรารภถึงอดีตชาติของสุมังคลกุมาร จึงทรงแสดงสุมังคลชาดก
“ในอดีตกาล เมื่อครั้งที่พระเจ้าพรหมทัตต์ทรงครองเมืองพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้ทรงอุบัติเป็นสุมังคลกุมาร พระองค์ทรงมีพระปรีชาสามารถ มีพระทัยอันเด็ดเดี่ยว เมื่อทรงเห็นต้นกุ่มน้ำออกดอกออกผลแล้วร่วงหล่นไป ก็ทรงเห็นแจ้งในสัจธรรมแห่งอนิจจัง ทรงดำริว่า ชีวิตนี้ไม่ยั่งยืน
ขณะที่พระองค์ประชวรหนัก พระมารดาทรงพยาบาลด้วยความห่วงใย แต่สุมังคลกุมารก็ทรงตรัสสอนให้พระมารดาเห็นถึงความไม่เที่ยงของชีวิต
หลังจากนั้น สุมังคลกุมารก็ทรงสละราชสมบัติ ออกผนวช บำเพ็ญเพียรจนบรรลุพระอรหัตผล
ในชาตินั้น สุมังคลกุมารทรงเป็นผู้ที่เห็นแจ้งในไตรลักษณ์ ทรงไม่ยึดติดในลาภยศสรรเสริญ ทรงดำเนินชีวิตด้วยความไม่ประมาท”
พระพุทธองค์ทรงสรุปว่า “บัดนี้ สุมังคลกุมารนั้น ได้แก่เราตถาคตนี้เอง”
ชีวิตนั้นไม่เที่ยงแท้ เราไม่ควรมัวเมาประมาทในการใช้ชีวิต ควรหมั่นทำความดี และแสวงหาหนทางพ้นทุกข์
เนกขัมมบารมี (บารมีแห่งการออกจากกาม)
— In-Article Ad —
ชีวิตนั้นไม่เที่ยงแท้ เราไม่ควรมัวเมาประมาทในการใช้ชีวิต ควรหมั่นทำความดี และแสวงหาหนทางพ้นทุกข์
บารมีที่บำเพ็ญ: เนกขัมมบารมี (บารมีแห่งการออกจากกาม)
— Ad Space (728x90) —
491ปกิณณกนิบาตพระโพธิสัตว์กับความยุติธรรม ในอดีตกาลอันไกลโพ้น เมื่อครั้งที่พระโพธิสัตว์ยังทรงบำเพ็ญพระบารมีเป็นพร...
💡 ความยุติธรรมและความซื่อสัตย์เป็นรากฐานสำคัญของการอยู่ร่วมกันในสังคม เมื่อใดที่ความยุติธรรมถูกบิดเบือน สังคมย่อมประสบกับความทุกข์ยาก แต่เมื่อมีผู้กล้าหาญและมีปัญญาเข้ามาแก้ไข ความดีงามย่อมกลับคืนสู่สังคม
245ทุกนิบาตสุมังคลชาดก ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ นครพาราณสีอันรุ่งเรือง ท่ามกลางพระราชวังที่โอ่อ่าตระการตาซึ่...
💡 การยึดมั่นในความดีและการทำบุญบารมี ย่อมเป็นเกราะป้องกันภัยอันตราย และนำมาซึ่งความสุขความเจริญที่แท้จริง การเชื่อในโชคลางโดยปราศจากเหตุผล ย่อมนำมาซึ่งความหวาดกลัวและวิตกกังวลโดยไม่จำเป็น
240ทุกนิบาตปัฏฐกชาดก (ครั้งที่ 2) กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ กรุงมิถิลาอันรุ่งเรืองของแคว้นวิเทหะ พระโพธิสัตว์ทร...
💡 ความพยาบาทอาฆาตและความโลภย่อมนำมาซึ่งความเสื่อม
227ทุกนิบาตมุสิกชาดก (Musika Jataka)ในยุคโบราณกาล ณ ดินแดนอันอุดมสมบูรณ์ ที่ซึ่งมีนาข้าวเขียวขจีเหลืองอร่าม เป็...
💡 การเตรียมพร้อมล่วงหน้า และการทำงานร่วมกันเป็นทีม จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆ ไปได้
206ทุกนิบาตกุฏิกาชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เมื่อครั้งอดีตกาล พระโพธิสัตว์บังเกิดเป็นฤๅษี ผู้มีจิตใจสงบเยือก...
💡 การเบียดเบียนผู้อื่นนำมาซึ่งความเดือดร้อน การละเว้นการเบียดเบียนและบำเพ็ญเมตตาธรรมคือหนทางสู่ความสุข.
20เอกนิบาตอัมพชาดก ณ แคว้นมคธอันอุดมสมบูรณ์ เต็มไปด้วยพืชพรรณธัญญาหารอันงอกงาม ท่ามกลางป่าอันเขียวชอุ่ม มีต้น...
💡 การกระทำที่เห็นแก่ตัว โลภโมโทสัน และไม่รู้จักประมาณตน ย่อมนำมาซึ่งหายนะและเป็นอันตรายต่อตนเองและผู้อื่น การมีสติ รู้จักแบ่งปัน และการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคี คือหนทางสู่ความสงบสุขที่ยั่งยืน
— Multiplex Ad —